วันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จากหลักสูตรฯ....สู่การสอน

จากหลักสูตรฯ....สู่การสอน


การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ไปสู่การปฏิบัติจริงในห้องเรียน  ซึ่งเป็นการนำหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาผู้เรียน โดยเฉพาะการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร  ผู้สอนจึงต้องพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ในหลักสูตร รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย
            ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน สิ่งแรกที่ผู้สอนต้องคำนึงถึง นั่นคือการศึกษาและทำความเข้าใจกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 เพราะเป็นสิ่งที่กำหนดให้ผู้เรียนในแต่ละระดับชั้นได้เรียนรู้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน   โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ 
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ   ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย  เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร  กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้   กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจริง  กระบวนการจัดการ กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง เป็นต้น   กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี  บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน   จึงจำเป็นต้องศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้  ตัวชี้วัด  สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์  และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน  แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน  สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด
วิธีสอนแบบ task-based learning เป็นหนึ่งในวิธีสอนหลายๆวิธี ที่ผู้สอนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักและคิดว่าการสอนโดยวิธีนี้จะได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรในการที่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ แต่อย่างไรก็ตามการสอนวิธีนี้ก็มีข้อดีตรงที่ว่า ผู้เรียนได้รู้จักการลงมือปฏิบัติงานด้วยตนเองก่อน ได้เรียนรู้คำศัพท์ โครงสร้าง ในบริบทของงานที่ได้รับมอบหมาย ก่อนที่ผู้สอนจะสอนนักเรียนในภายหลัง ซึ่งวิธีการสอนแบบ task-based learning นี้ผู้สอนสามารถนำไปเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ได้ โดยมีขั้นตอนในการจัดที่สำคัญอยู่ 3 ขั้นตอนได้แก่ Pre-task, Task-Cycle, และ Language Focus โดยจะอธิบายรายละเอียดของแต่ละขั้นดังต่อไปนี้
1. ขั้น Pre-task เป็นการแนะนำเรื่องและภาระงานที่จะเรียนในคาบนั้นๆ ครูสำรวจหัวข้อที่จะเรียนกับผู้เรียนทั้งชั้น แนะนำคำศัพท์และวลีที่จะเป็นประโยชน์ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจคำสั่งในการทำภาระงาน และเตรียมตัวผู้เรียนโดยการเปิดวีดิโอแสดงให้เห็นตัวอย่างของการทำภาระงานคล้าย ๆ กัน หรือ อ่านบทอ่านบางส่วนเป็นบทนำในการทำภาระงาน
2. ขั้น Task-Cycle ผู้เรียนทำภาระงานเป็นคู่หรือกลุ่มก็ได้ ครูเฝ้ามองอยู่ไกล ๆ พยายามให้ผู้เรียนสื่อสาร ไม่ต้องแก้ไข เนื่องจากขั้นตอนนี้ต้องการบรรยากาศเป็นส่วนตัว ผู้เรียนจึงรู้สึกอยากทดลองใช้ภาษาอย่างเสรี ผิดได้ไม่เป็นไร
3. ขั้น Language Focus วัตถุประสงค์ของขั้นตอนนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้ตรวจสอบภาษาของตนเอง เพื่อคิดและตรวจสอบสมมติฐานของตนในโครงสร้างภาษา หลังขั้นตอนนี้อาจมีการฝึกพูดหรือเขียน หรือค้นหาความหมายในพจนานุกรม
             จะเห็นได้ว่าในกระบวนการจัดการเรียนรู้นั้น ผู้สอนมีบทบาทอย่างยิ่งในการที่จะทำให้การเรียนรู้ของผู้เรียนนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาหลักสูตรแกนกลางฯ การวิเคราะห์มาตรฐานตัวชี้วัดเพื่อเตรียมเนื้อหาที่จะสอนให้เหมาะสมกับระดับความสามารถของผู้เรียน อีกทั้งยังต้องเตรียมสื่อที่ใช้ในการเรียนการสอนอีกด้วย ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าในการจัดการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน โดยเฉพาะการใช้วิธีสอนแบบ task-based learning จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องใช้สื่อของจริงเพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติเองก่อน และเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่บรรลุเป้าหมายตามที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 กำหนดไว้

รายวิชาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาอังกฤษ


รายวิชาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาอังกฤษ

             การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระภาษาอังกฤษนับว่าเป็นวิชาที่มีความยากอีกวิชาหนึ่ง เพราะเป็นรายวิชาที่ต้องอาศัยความรู้จากหลากหลายสาขาวิชามารวมกัน อาทิ เช่น วิชาไวยากรณ์ วิชาวิธีการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ วิชาหลักการวัดและประเมินผล เป็นต้น จึงต้องทำความเข้าใจและทบทวนในรายละเอียดของแต่ละวิชาอีกครั้งเพื่อการทำงานในวิชานี้ให้ประสบความสำเร็จให้มากที่สุด
             ในการจัดการเรียนการสอน ครูผู้สอนได้อธิบายในส่วนของภาระงานที่ต้องทำในชั่วโมงแรกๆของการเรียนการสอนวิชานี้ รวมทั้งยังได้อธิบายวิธีการสอนแบบ Communicative Language Teaching เพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชานี้ นอกจากนี้ ครูผู้สอนก็ได้อธิบายเกี่ยวกับวิธีสอนแบบ Task-Based Learning ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชานี้อีกด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ครูผู้สอนก็ได้ให้นักเรียนฝึกการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดแทรกเนื้อหาการมีจิตสาธารณะในแผนการสอนของแต่ละคนด้วย ซึ่งรูปแบบที่ผู้สอนใช้ในการสอนข้าพเจ้าในครั้งนี้คือการสอนโดยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง มีการให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ลองผิดลองถูกด้วยตนเองก่อน หลังจากนั้นผู้สอนจึงให้คำแนะนำในภายหลัง  แต่การเรียนการสอนที่ผู้สอนใช้วิธีนี้ข้าพเจ้าคิดว่ามีข้อเสียตรงที่จะทำให้การเรียนการสอนนั้นต้องเสียเวลา เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขงานกันนานพอสมควรกว่าที่งานจะออกมาดีมีประสิทธิภาพ
  ดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่าในการจัดการเรียนการสอนนั้น นอกจากการเลือกใช้วิธีการสอนให้เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนแล้ว ยังต้องคำนึงระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ รวมทั้งข้อดีข้อเสียของการจัดการเรียนรู้ในวิธีนั้นๆด้วย เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างราบรื่นและทันตามเวลาที่กำหนด